DBS ประเมินนโยบายทรัมป์จุดชนวน “เกมเปลี่ยน” ครั้งใหญ่
DBS ประเมินนโยบายทรัมป์จุดชนวน “เกมเปลี่ยน” ครั้งใหญ่ แนะจัดสรรพอร์ตลงทุนแบบ “บาร์เบล” (Barbell Strategy)
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินรัฐบาลทรัมป์ จุดชนวนสงครามการค้าครั้งใหญ่ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2025 ทำให้เพิ่มความเสี่ยงการลงทุนทั่วโลกมากขึ้น โดยแนะจัดสรรพอร์ตลงทุนแบบ “บาร์เบล” (Barbell Strategy) เน้นลงทุนเสี่ยงสูงเกาะกระแสนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ และลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อปกป้องพอร์ตที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายทรัมป์
พร้อมปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นสหรัฐ เพราะเชื่อว่าได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ลดน้ำหนักหุ้นยุโรป ขณะที่พันธบัตรและทองคำเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย
โดย นายเอ็ดวิน ตัน (Mr. Edwin Tan) Market Head DBS, Thailand & Philippines, DBS Bank กล่าวในงาน DBS 1H25 CIO Market Outlook ว่าเริ่มต้นปี 2568 มีการคาดการณ์ถึงการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับปานกลางแต่มีเสถียรภาพในหลายภูมิภาคทั่วโลก แต่ตลาดยังคงเผชิญกับปัจจัยพลิกเกมที่อาจกำหนดทิศทางในช่วงเดือนข้างหน้า ซึ่งด้านหนึ่ง การกลับมาดำรงตำแหน่งของโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งสัญญาณถึงสงครามการค้าระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยมาตรการทางภาษี และยิ่งซ้ำเติมความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่
ในอีกด้านหนึ่ง แนวโน้มการลดภาษีและการผ่อนคลายกฎระเบียบในอุตสาหกรรมสำคัญต่างๆ ประกอบกับวัฏจักรการลดอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงดำเนินต่อไป อาจเป็นปัจจัยเสริมให้ตลาดและเศรษฐกิจเติบโตได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นว่า "เกมเปลี่ยน (Game Changers)" เป็นธีมที่เหมาะสมสำหรับการแถลงแนวโน้มตลาดครั้งแรกของปีนี้
นอกจากนี้ แนวโน้มตลาดทองคำที่เราคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปียังเป็นไปตามที่คาด โดยทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา
แนะนำกลยุทธ์ Barbell อยู่ในกลุ่ม Top 5% ของกองทุนแบบ Balanced Funds ทั่วโลกกว่า 200 กองทุน นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 5 ปีก่อน และให้ผลตอบแทนสุทธิ 12% ในปี 2567
นายเวย์ ฟุก โหว (Mr. Wey Fook Hou) Chief Investment Office, DBS Bank กล่าวว่าในปี 2025 นโยบายประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อตลาดการลงทุน และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ทรัมป์จะมีอำนาจเต็มที่ในการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายเกี่ยวกับผู้อพยพ และความมั่นคงทางชายแดน
ซึ่งจากนโยบายต่างๆ ที่กล่าวมา ทำให้แนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจไม่เกิดขึ้น ในทางกลับกัน เศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่ทรัมป์มุ่งมั่นทำตามคำมั่นสัญญาด้านนโยบาย เช่น การลดภาษีและการใช้จ่ายภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนจากนโยบายทรัมป์ 2.0 โดยเฉพาะความยั่งยืนทางการคลัง และการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า ที่กระตุ้นให้เกิดสงครามทางการค้า ท่ามกลางความย้อนแย้งของนโยบายการคลังที่ขยายตัว และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น
DBS เชื่อว่าการใช้กลยุทธ์การจัดสรรพอร์ตแบบ “บาร์เบล” (Barbell Strategy) จะเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการสร้างพอร์ตการลงทุน ซึ่งจะช่วยกระจายการลงทุนในสองส่วนได้แก่
- การลงทุนในภาคส่วนที่มีความผันผวนสูง (High Beta Sectors) เพื่อเกาะกระแสนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ แ
- การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง (Defensive Assets) เพื่อลดความเสี่ยง และปกป้องพอร์ตจากผลกระทบทางลบที่อาจจะเกิดขึ้นจากนโยบายของทรัมป์
นายเวย์ ฟุก โหว กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนโยบายการขยายตัวภายใต้การบริหารงานของทรัมป์ ทาง DBS แนะนำให้ปรับสถานะการลงทุนในหุ้นทั่วโลกจาก “Underweight” เป็น “Neutral”
อย่างไรก็ตาม ยังคงให้คงน้ำหนักในหุ้นสหรัฐฯในระดับ “Overweight” เนื่องจากนโยบายการลดภาษีจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรของบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากสงครามการค้า ทาง DBS จึงให้น้ำหนักลงทุน “Overweight” ในตราสารหนี้ (Fixed Income) เนื่องจากช่วยป้องกันความเสี่ยงขาลง หากความตึงเครียดทางการค้าทวีความรุนแรงขึ้นโดยผลตอบแทนจากพันธบัตรในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจโดยเฉพาะเมื่อพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี มีอัตราผลตอบแทนที่กลับมาระดับ 4.4% ต่อปี
ในส่วนของการลงทุนหุ้นยุโรปทาง DBS ให้น้ำหนักการลงทุนในระดับ “Underweight” เนื่องจากคาดว่าหุ้นยุโรปจะให้ผลตอบแทนที่ด้อยกว่าหุ้นสหรัฐฯ จากการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ผู้ส่งออกจีนต้องเปลี่ยนเส้นทางการค้าของตนไปยังตลาดที่ไม่ใช่สหรัฐฯยังผลให้การแข่งขันในตลาดการค้านอกสหรัฐฯจะรุนแรงขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB